Logo

สรท. เข้าพบอธิบดีศุลกากร หารือการยกระดับอำนวยความสะดวกทางการค้า

สรท. เข้าพบอธิบดีศุลกากร หารือการยกระดับอำนวยความสะดวกทางการค้า

เขียนโดย

thitiporn chuenteerawong

สรท. เข้าพบอธิบดีศุลกากร หารือการยกระดับอำนวยความสะดวกทางการค้า

  • วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14:30 น. คุณธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสรท. คุณอรุณ หัตถะรัชต์ รองประธานสรท. และคุณคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีกับคุณพันธุ์ทอง ลอยกุลนันท์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมทั้งหารือแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้าในประเด็นด้านการปฏิรูปกฏหมายเพื่อรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการค้าระหว่างประเทศ โดยขอให้

  • - เร่งรัดการพัฒนาระบบ NSW ให้เป้น Single Submission โดยเชื่อมโยงข้อมูล และเอกสารที่ใช้ในการส่งออก-นำเข้าเพื่อให้ ศุลกากร และหน่วยงานตรวจร่วม (Customs – Immigration – Quarantine : CIQ) สามารถตรวจสอบเอกสารผ่านระบบได้ 100%  ซึ่งจะสามารถช่วยผู้ประกอบการในการลดขั้นตอน และลดเวลาในการจัดเตรียมเอกสารในรูปแบบของกระดาษ 
    -  ขอให้พัฒนาระบบ Ai เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานในการตรวจสอบความถูกต้องของการยื่นเอกสาร และพิธีการศุลกากร เพื่อลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร 

     
  • ทั้งนี้ ท่านอธิบดีกรมศุลกากร ได้ชี้แจงว่าในการดำเนินพิธีการส่งออกและนำเข้า ได้มอบหมายนโยบายให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ National Single Window (NSW) และไม่ควรเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการ เว้นแต่กรณีจำเป็นและกรณีสินค้าบางรายการที่ยังไม่ได้เชื่อมข้อมูลใบอนุญาตเข้ามาในระบบ อย่างไรก็ตามกรมจะพยายามผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล เชื่อมเอกสารเข้ามาในระบบของกรมศุลกากรให้ครอบคลุมรายการสินค้าให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การร้องขอเอกสารที่เป็น Paper ลดลง และในขณะเดียวกัน กรมขอให้ภาคเอกชนร่วมกันผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐที่ควบคุมการออกใบอนุญาตการนำเข้าและส่งออกพิจารณาลดหรือยกเว้นการขอใบอนุญาตสำหรับสินค้าบางประเภทที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และสนับสนุนการให้ประเทศไทยเป็น Hub ทางการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
     
  • อนึ่ง ท่านอธิบดีกรมศุลกากรได้แจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อเสนอที่สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยเคยหารือกับกรมมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
  • 1. การอำนวยความสะดวกในการจัดทำใบขนถ่ายลำ โดยการพัฒนาระบบ e-Transition สำหรับ Matching ตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องการถ่ายลำจากเรือขาเข้าลำหนึ่งไปเรือขาออกอีกลำหนึ่ง (ภายในเขตท่าเดียวกัน) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับสินค้าถ่ายลำ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ระบบใหม่ได้ในเดือนธันวาคม 2568 นี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เรือแม่เข้าเทียบท่าประเทศไทยมากขึ้น และจะทำให้มีบริการ Direct Call เพิ่มขึ้นและต้นทุนค่าระวางเรือลดต่ำลงกว่าการใช้บริการเรือ Feeder ไปถ่ายลำที่ท่าเรืออื่น อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น
     
  • 2. ท่านอธิบดีจะลงนามในประกาศให้สามารถทำพิธีการขาเข้าแบบ Partially ของตู้สินค้าขาเข้าที่ขนส่งมาทำพิธีการศุลกากรที่ไอซีดีลาดกระบัง ให้สามารถทำการตรวจปล่อยตู้สินค้าบางส่วนที่อยู่ใน B/L เดียวกันแต่ส่งมาไม่พร้อมกันออกไปใช้ประโยชน์ก่อนได้ เพื่อสร้างความสะดวกให้ผู้นำเข้า กรณีที่ตู้สินค้าบางส่วนยังตกค้างที่ท่าเรือแหลมฉบังด้วยเหตุผลต่างๆ
     
  • 3. กรมจะยกระดับด่านศุลกากรไอซีดีลาดกระบังให้สามารถดำเนินพิธีการศุลกากรขาออกได้  โดยการออกกฎกระทรวงกำหนดให้เป็น "ท่า/ที่" ตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยให้ตู้สินค้าที่ขนส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบังไม่จำเป็นต้องผ่านอุโมงค์ X-Ray และไม่ต้องทำพิธีการศุลกากรที่ด่านแหลมฉบัง สามารถขนส่งตู้สินค้าเข้าท่าเทียบเรือได้ทันที ซึ่งจะทำให้สามารถลดปริมาณการขนส่งสินค้าทางถนนเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และเพื่อเพิ่มเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความแออัดของท่าเรือแหลมฉบัง
     

    นอกจากนี้ สรท. ได้หารือเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎ 24 Hour Rule กำหนดให้สินค้าขาเข้าต้องแจ้งข้อมูลเข้าระบบศุลกากรไทยล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนบรรทุกสินค้าลงเรือที่ประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศคู่ค้าสำคัญบางรายได้ดำเนินการแล้วและผู้ส่งออกไทยมีการปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงก่อนที่จะนำเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งกรมแจ้งว่าในปัจจุบัน มีแนวทางควบคุมการนำเข้าของสินค้าที่ผิดกฎหมายที่เข้ามายังประเทศไทย โดยอยู่ระหว่างการหารือที่จะทำ ความเข้าใจกับแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศให้ช่วยตรวจสอบสินค้าที่ขายบนแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย อาทิ สินค้าที่ไทยห้ามนำเข้า ได้แก่ บุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น หรือสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานภายในประเทศไทย อาทิ มาตรฐาน อย. หรือ มอก. เป็นต้น ซึ่งอาจจะช่วยควบคุมการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายหรือไม่ได้มาตรฐานได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ สรท. ได้ขอให้กรมเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าที่เข้ามาโดยไม่ได้มาตรฐานและมีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและเพื่อให้สามารถสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม 

  •  

อัลบั้มรูปภาพ

Logo

Address: Bangkok, Thailand

Email: [email protected]

Phone: +662 679 7555

Fax: +662 679 7500-1

Our Partners

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือ ผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ การค้าระหว่างประเทศ และขับเคลื่อนภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Government Agencies

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ และการค้าระหว่างประเทศ และผลักดันภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Our Channels