Logo

ปัญหาจราจรแหลมฉบัง กระทบภาคส่งออก-นำเข้าและแรงงาน ปัจจัยเรื้อรังที่รัฐฯ ต้องแก้

ปัญหาจราจรแหลมฉบัง กระทบภาคส่งออก-นำเข้าและแรงงาน ปัจจัยเรื้อรังที่รัฐฯ ต้องแก้

เขียนโดย

Peetikont VichienKittisak Jinjo

ปัญหาจราจรแหลมฉบัง กระทบภาคส่งออก-นำเข้าและแรงงาน ปัจจัยเรื้อรังที่รัฐฯ ต้องแก้

การขนส่งทางบกภายในประเทศที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ กลับต้องเผชิญกับวิกฤตจราจรภายในท่าเรือแหลมฉบัง เป็นปัญหาที่ซ้ำซ้อนและเรื้อรัง ทั้งที่เป็นประตูการค้าและเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลของไทยและอาเซียนท ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาได้มีการบังคับใช้กฎหมายกำหนดชั่วโมงการพักผ่อนของคนขับรถอย่างเข้มงวด

 

ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเป็นวงกว้างต่อทั้งผู้นำเข้า-ส่งออก ผู้ประกอบการขนส่ง รวมไปถึงภาคแรงงานคนขับรถบรรทุก และภาพรวมของประเทศในวงกว้าง

 

ล่าสุดมีรายงานว่าผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในบางท่าเรือภายในแหลมฉบัง กำลังเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ ส่งผลให้รถบรรทุกจำนวนมากไม่สามารถเข้า–ออก พื้นที่ท่าเรือได้ตามแผนการปฏิบัติงานที่วางไว้ ผู้ประกอบการขนส่งจึงต้องแบกรับต้นทุนด้านเวลาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

 

แม้ทางท่าเรือแหลมฉบังจะมีการสื่อสารแจ้งสถานการณ์เป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม การจราจรที่แออัดยิ่งส่งผลให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้ต้นทุนดำเนินงานพุ่งสูงขึ้นทุกนาที ซึ่งท้ายที่สุดต้นทุนเหล่านี้มักจะถูกส่งต่อไปยังภาคส่วนอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานและกระทบต่อต้นทุนการค้าระหว่างประเทศในภาพรวม

 

นอกจากนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วง "เทศกาลตรุษจีน" ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยตามฤดูกาลที่จะส่งผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลมีความผันผวนและหนาแน่นกว่าปกติ และแน่นอนว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ย่อมต้องส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังการขนส่งทางบก โดยเฉพาะภายในท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้ปัญหามีความเสี่ยงที่จะซ้ำซ้อนและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก-สมาชิก สรท. อาจต้องบริหารจัดการ ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้ร่วมกับ "ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้า" หรือ "ตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ" รวมไปถึง "ผู้ให้บริการรถขนส่ง" และ "ท่าเทียบเรือที่มีผลกระทบ" เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดการส่งมอบสินค้าและเกิดค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มอื่นๆ ตามมาในภายหลัง

 

และยังมีอีกปัญหาในส่วนของภาคแรงงาน ที่คนขับรถต้องรับมือกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งข้อกำหนดการพักผ่อน 30 นาทีทุกๆ 4 ชั่วโมง และการขับขี่ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมีบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืน

 

เมื่อพิจารณาถึงต้นเหตุที่แท้จริง ปัญหาสำคัญไม่ได้เกิดจากการ "ตั้งใจ" ฝ่าฝืนกฎหมายโดยคนขับรถหรือผู้ประกอบการขนส่ง แต่เกิดจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างและการบริหารจัดการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เรียกได้ว่า "อยู่นอกเหนือการควบคุม" ของผู้คนในหน้างานจริง

 

แม้ว่ากฎหมายเหล่านั้นมีวัตถุประสงค์ที่ดี เพื่อให้คนขับรถได้พักผ่อนในเวลาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้า

 

แต่ด้วยปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก ทำให้คนขับรถและผู้ประกอบการจำเป็นต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องจากรูปแบบวิธีปฎิบัติและเงื่อนไขในการส่งมอบสินค้า

คนขับรถที่ต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดันและยากลำบากอยู่แล้ว ก็ยังต้องมาตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกลงโทษตามกฎหมายอีก กลายเป็นต้องแบกรับแรงกดดันจากทั้งสองทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ดังนั้น ปัญหาจราจรและความแออัดในท่าเรือแหลมฉบังจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์เท่านั้น หากแต่เป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวพันกับสวัสดิภาพแรงงาน ความปลอดภัย และความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายอีกด้วย

 

โดยทางกรมการขนส่งทางบกเองก็ได้มีการรับเปิดฟังความเห็นของผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และให้คำมั่นว่าการบังคับใช้กฏหมายนั้นจะต้องอยู่ภายในกรอบความสมเหตุสมผล รวมไปถึงการผ่อนปรนกฏระเบียบหากจำเป็น

 

ส่วนประเด็นปัญหาด้านการจราจรแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการท่าเรือแห่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพหลัก ต้องเร่งทบทวนและปรับปรุงแผนบริหารจัดการจราจร รวมถึงกระบวนการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ท่าเทียบเรือที่มีปัญหา

 

หากสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้สำเร็จ ก็จะช่วยเอื้อให้ภาคเอกชนสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างราบรื่น เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ภาคที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานจะสามารถเดินหน้าไปด้วยกันและเพิ่มรายได้โดยรวมให้กับประเทศไปพร้อมกัน

Logo

Address: Bangkok, Thailand

Email: [email protected]

Phone: +662 679 7555

Fax: +662 679 7500-1

Our Partners

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือ ผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ การค้าระหว่างประเทศ และขับเคลื่อนภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Government Agencies

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ และการค้าระหว่างประเทศ และผลักดันภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Our Channels