มาดูแหลมฉบังก่อน ! เอกชนร้องยับ - หลุมยุบ ถนนพัง รถติดซ้ำซาก
มาดูแหลมฉบังก่อน ! เอกชนร้องยับ - หลุมยุบ ถนนพัง รถติดซ้ำซาก

เขียนโดย
Kittisak Jinjoมาดูแหลมฉบังก่อน ! เอกชนร้องยับ - หลุมยุบ ถนนพัง รถติดซ้ำซาก
สภาพของผู้ส่งออกไทยในนาทีนี้แทบไม่ต่างอะไรกับการเดินเรือฝ่าพายุที่โหมกระหน่ำมาจากทุกทิศทาง ทั้งวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลาง กำแพงภาษีของทรัมป์ที่ยังคงแผลงฤทธิ์ ไปจนถึงมาตรการกีดกันทางการค้าของยุโรปที่เข้มงวดขึ้น
แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือการที่เราต้องกลับมาตายน้ำตื้นตั้งแต่สินค้ายังไม่ได้ออกจากประเทศด้วยซ้ำ เมื่อประตูการค้าหลักอย่างท่าเรือแหลมฉบังกลับกลายเป็นคอขวดที่บั่นทอนศักยภาพการแข่งขันเสียเอง โดยเฉพาะปัญหารถบรรทุกติดขัดสะสมภายในพื้นที่
เราต่างรู้ดีว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นบาดแผลเรื้อรังที่อยู่คู่กับระบบโลจิสติกส์ไทยมาช้านาน หนำซ้ำแทนที่จะได้รับการแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้น สถานการณ์กลับยิ่งทวีความรุนแรงและเลวร้ายลงในทุกวัน
ล่าสุด เพียงแค่มีฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับสามารถเปิดแผลใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พรม ด้วยการเผยให้เห็นสภาพถนนที่ชำรุดทรุดโทรมและขาดการบำรุงรักษาอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนเส้นหนึ่งภายในท่าเรือฯ เมื่อวานที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การจราจรกลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ รถบรรทุกหลายร้อยคันต้องติดแหง็กและจอดปักหลักสะสมอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ โดยมีการคาดการณ์จากฝั่งผู้ประกอบการขนส่งว่ามีรถติดสะสมแล้วอย่างน้อย 600 คัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภาพที่ชวนสลดใจเมื่อรถบรรทุกสินค้าจำนวนหนึ่งต้องเผชิญกับปัญหา "ติดหล่ม" บนถนนที่ควรจะได้มาตรฐานระดับสากลเพื่อรองรับการขนส่งตู้สินค้า ก่อให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนและสร้างความโกลาหลขึ้นไปอีกขั้น
ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เราอาจได้เห็นปริมาณรถติดสะสมทะลุหลักพันคันในไม่ช้า หากปัญหายังคงวนเวียนซ้ำซากโดยไม่ได้รับการแก้ไขที่ตรงจุด
ความล่าช้าทุกนาทีที่สูญเสียไป คือต้นทุนแฝงมหาศาล ทั้งค่าเสียเวลา ค่าปรับ และความเสี่ยงที่สินค้าจะตกเรือ ซึ่งเป็นภาระหนักอึ้งที่กลุ่มผู้ประกอบการภายในประเทศ ทั้งผู้ให้บริการรถบรรทุก ผู้ส่งออก และตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้า ต้องควักกระเป๋าจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกเหนือจากความเสียหายทางธุรกิจแล้ว ยังมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพนักงานขับรถ ซึ่งตกอยู่ในสภาวะจำยอมที่ต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงหรือลากยาวเป็นวันๆ ขาดทั้งอาหาร ห้องน้ำ และการพักผ่อนที่เหมาะสม บั่นทอนสุขภาพกายใจอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือวิกฤตที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งในแผนระยะสั้นและระยะยาว ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องหันมามองความจริงตรงหน้า และลงมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์อย่างจริงจัง
ก่อนที่จะทุ่มหมดหน้าตักไปกับอภิมหาโปรเจกต์อย่างแลนด์บริดจ์ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถบริหารจัดการท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าเรือระดับโลกได้เสียก่อน
ขอขอบคุณภาพและคลิปวิดิโอประกอบจาก : สมาคมขนส่งแหลมฉบังชลบุรี
