Logo

ส่องผลกระทบ ทรัมป์สั่งกองทัพ ปิดล้อม-โจมตี เวเนซุเอลา

ส่องผลกระทบ ทรัมป์สั่งกองทัพ ปิดล้อม-โจมตี เวเนซุเอลา

เขียนโดย

Kittisak Jinjo

ส่องผลกระทบ ทรัมป์สั่งกองทัพ ปิดล้อม-โจมตี เวเนซุเอลา

พ่อใหญ่ทรัมป์แจกของขวัญแต่ต้นปีให้ต้องปวดหัว ด้วยการเปิดฉากโจมตีทางอากาศเวเนซุเอลา อ้างเหตุต่อต้านยาเสพติด

 

ผลกระทบส่งออกไทยจะมีไหม
ระยะยาวจะเป็นอย่างไร
การบริโภคน้ำมันไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่

 

เราสรุปมาไว้ให้แล้ว

 

เริ่มที่ดูภาพรวมเบื้องต้นของสินค้าเวเนซุเอลา

 

ท่ามกลางเงินเฟ้อรุนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา สินค้าส่งออกหลักยังคงเป็นน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวมไปถึงก๊าซธรรมชาติ รองลงมาจะเป็นพวกแร่บ็อกไซต์ อะลูมิเนียม สินค้าอุตสาหกรรมจะมี ซีเมนต์ ตู้เย็น และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักก็คือคู่กรณีอย่างสหรัฐอเมริกาเอง และตลาดที่สำคัญไม่แพ้กันก็ยังมี จีน อินเดีย เป็นต้น

 

ประเด็นแรก เรื่องน้ำมัน

 

ความจริงแล้วการประกาศคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลามีมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 สมัยพ่อใหญ่ทรัมป์ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยแรก อันเป็นการไม่ยอมรับ "นิโคลัส มาดูโร" เป็นประธานาธิบดี พร้อมมาตรการคว่ำบาตรสินค้าน้ำมัน

 

ทว่าเวเนซุเอลามีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก แถมยังเป็นรายได้หลักของประเทศ มีหรือที่มาดูโรจะยอมโดยง่าย

 

มาดูโรจึงหันไปใช้งาน "กองเรือผี" (Shadow Fleet) หรือก็คือเรือเถื่อน ซึ่งใช้ได้ผลดีในระดับหนึ่งในการกระจายสินค้าน้ำมันดิบไปทั่วโลก (โดยเฉพาะจีนและเอเชีย) อันเป็นวิธีการเดียวกันกับที่อิหร่านและรัสเซียใช้

 

พอทรัมป์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งในสมัยที่สอง หลังจากไล่เรียงคิวจัดสรรภาระทางภาษีไปทั่วโลก ในที่สุดคิวของเวเนซุเอลาก็มาถึงในเดือนตุลาคม

 

ความตึงเครียดเริ่มขึ้นเมื่อทรัมป์สั่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ปฏิบัติการไล่บุกยึดกองเรือผีที่ขนส่งสินค้าน้ำมัน โดยเฉพาะการขนส่งไปจีน

 

ในเดือนธันวาคมจนถึงช่วงข้ามปีมานี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปิดล้อมทางทะเล (Blockade) เวเนซุเอลา (เรือน้ำมัน) เต็มรูปแบบ การบุกยึดเรือทวีความรุนแรงขึ้น น่านฟ้าเวเนซุเอลาถูกสั่งปิดตาย และยังมีการโจมตีทางอากาศมุ่งเป้าที่ท่าเรือขนาดเล็กตามชายฝั่งเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดและก่อการร้าย

 

ซึ่งแม้เวเนซุเอลาจะไม่ใช่ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุด แต่เหตุการณ์นี้ก็มากพอให้เกิดความกังวลในอุปทานการผลิตน้ำมันของทั้งโลก

 

ส่วนของไทย การนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาในช่วงปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าแทบไม่มีเลย โดยการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยมาจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่เกือบครึ่ง (ราว 40%) ส่วนอื่นๆจะมีจากทั้ง สหรัฐอเมริกา, ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เป็นต้น

 

ซึ่งแม้ไทยจะไม่มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา แต่ด้วยเป็นธรรมชาติของสินค้าพลังงานที่จะมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก หากสถานการณ์ยืดยาว ยังไงก็จะได้รับผลกระทบทางอ้อมอยู่ดี โดยราคาน้ำมันดิบโลกจะมีแนวโน้มสูงขึ้น และจะส่งผลต่อราคาน้ำมันไทยตามกลไกตลาดในท้ายที่สุด

 

ประเด็นที่สอง การค้ากับเวเนซุเอลา

 

การค้าขายเวเนซุเอลากับไทยถือว่าน้อยมาก ในปี 66 มูลค่าการค้าสองประเทศโดยรวมประมาณเพียง 39.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น หรือประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยไทยได้ดุล 13.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

สินค้าที่ไทยส่งออกได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เป็นส่วนมาก รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางอย่าง ยางล้อ และผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น ไมโครเวฟและเครื่องซักผ้า เป็นต้น ส่วนสินค้าไทยนำเข้าได้แก่ ผัก ผลไม้ และสินค้าแปรรูป เหล็กกล้า เครื่องจักรกล เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา และสินแร่โลหะอื่นๆ

 

ณ ปัจจุบัน การคว่ำบาตรยังคงมุ่งเน้นที่สินค้าน้ำมันและพลังงาน ไม่ได้มีการคว่ำบาตรสินค้าอื่นๆ แต่หากความตึงเครียดและปฏิบัติการทางทหารยังคงดำเนินต่อไป การค้าการขนส่งอาจต้องหยุดชะงักลง

 

ประเด็นที่สาม การเดินเรือสินค้า

 

ความจริงแล้ว Lloyd's Market Association (LMA) ได้มีการประกาศให้น่านน้ำของเวเนซุเอลาถือเป็น War Risk Zone มาหลายปีแล้ว จากประเด็นความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านอย่างกายอานา (Guyana) ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านพรมแดนและทรัพยากรน้ำมัน สายเรือเองก็มีสิทธิชอบธรรมที่จะเรียกเก็บ War Risk Surcharges กับการนำเข้าส่งออกไปยังเวเนซุเอลาโดยตรง

 

ทว่าการคว่ำบาตรมุ่งเป้าที่ไปสินค้าน้ำมัน เพราะฉะนั้นการบุกตรวจค้นและยึดของกองทัพเรือสหรัฐที่เริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่เดือนตุลาคมก็ย่อมมุ่งเน้นไปที่เรือน้ำมันหรือแม้กระทั่งเรือต้องสงสัยขนยาเสพติด ในขณะที่เรือสินค้าหรือเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ยังสามารถเดินเรือได้ในทางปฏิบัติ (หากยอมเสี่ยงที่จะไป) โดยปัจจุบันยังไม่พบรายงานการบุกตรวจค้นและยึดเรือสินค้าคอนเทนเนอร์แต่อย่างใด

 

(อย่างไรก็ตามกองทัพเรือสหรัฐฯ อาจอ้างสิทธิตรวจเรือในกรณีต้องสงสัยกรณีเรือมีสินค้าสองทาง (Dual-Use) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตารางเรือโดยตรง (Schedule))

 

ส่วนท่าเรือสำคัญของประเทศอย่าง La Guaira หรือ Puerto Cabello ไม่ได้ถูกปิดล้อม ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แน่นอนว่าอาจมีผลกระทบล่าช้าอยู่บ้าง (Delay)

 

ส่วนเส้นทางการเดินเรืออื่นๆ เวเนซุเอลาไม่ได้อยู่ในเส้นทางหลักการขนส่งสินค้าทางทะเลสำคัญ อาจมีผลอยู่บ้างกับการเดินเรือชายฝั่งของอเมริกาใต้ ทว่าที่ผ่านมาก็มีการเดินเรือสินค้าอ้อมออกนอกเขต War Risk Zone อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างน่ากังวลแต่อย่างใด

 

เส้นทางขนส่งสำคัญอย่างคลองปานามาก็อยู่ห่างไปทางตะวันตกเกินกว่าพันกิโลเมตร

 

ส่วนท่าสำคัญในการเชื่อมต่อการขนส่งทางทะเลกับทั่วทั้งโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย ก็ยังมีทั้ง San Juan Port (Puerto Rico), Caucedo Port (Dominican) หรือ Kingston Port (Jamaica) เป็นต้น ซึ่งท่าเหล่านี้ล้วนมีปริมาณตู้สินค้าต่อปีไม่ต่ำกว่าปีละล้าน TEU เป็นแหล่ง Transshipment สำคัญของภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และที่สำคัญคืออยู่พ้นจากความตึงเครียดของสหรัฐและเวเนซุเอลา ทั้งในแง่ภูมิศาสตร์และการเมือง

 

ประเด็นที่สี่ ระยะยาว

 

สถานการณ์ปัจจุบัน (3 มกราคม) เกิดการระเบิดหลายครั้งกลางกรุงการากัสเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ส่วนทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social อ้างว่าจับกุมตัวมาดูโรสำเร็จแล้ว และกำลังนำตัวออกนอกประเทศ

 

ซึ่งยังไม่มีการปล่อยภาพอย่างเป็นทางการออกมา

 

หากที่ทรัมป์กล่าวอ้างเป็นความจริง สถานการณ์อาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติไวกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งในทีแรกก็คาดการณ์ไว้ว่าสถานการณ์ไม่น่าจะยืดเยื้ออยู่แล้ว

 

สรุป
- เหตุการณ์น่าจะเข้าสู่ภาวะ"เกือบปกติ"โดยเร็ว หากที่ทรัมป์กล่าวอ้างว่าจับตัวมาดูโรเป็นความจริงและไม่มีปัจจัยเหนือความคาดหมายอะไรอีก
- Lloyd's Market Association (LMA) น่าจะยังคงให้น่านน้ำของเวเนซุเอลาถือเป็น War Risk Zone ดังเดิม จากการที่รัฐบาลไร้สเถียรภาพและยังคงมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน
- การเดินเรือสินค้าในการนำเข้าส่งออกกับเวเนซุเอลายังคงสามารถนำเดินการได้ปกติแม้อาจมีชะงักบ้าง ส่วนการเดินเรือสินค้าในภูมิภาคอื่นๆไม่ได้มีปัจจัยใดๆให้กังวล

Logo

Address: Bangkok, Thailand

Email: [email protected]

Phone: +662 679 7555

Fax: +662 679 7500-1

Our Partners

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือ ผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ การค้าระหว่างประเทศ และขับเคลื่อนภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Government Agencies

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ และการค้าระหว่างประเทศ และผลักดันภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Our Channels